2006/Dec/25

เนื่องจากเกิดข้อขัดแย้งกันในกลุ่ม

อาเซะคนนี้ขอปิดทำการบล็อกนี้ไปนะคะ

ไงๆก็ไม่ค่อยมีคนเข้ามาอ่านอ่านะ = ="

คือตอนนี้อาเซะและคิสะมีปัญหากับตูน

เรื่องนี้จึงถูกยกเลิกไป เนื่องจากเป็นเรื่องที่ช่วยกันคิด3คน

การที่จะให้เอามาแต่งต่อก็ยังไงอยู่

ดังนั้นจึงขอประกาศอย่างเงียบๆ ปิดทำการเจ้าค่ะ m( _ _ )m

ขอขอบคุณท่านที่มาอ่านและรอคอยติดตามผลงานนะคะ

ไว้ถ้าอาเซะกับคิสะแต่งเรื่องใหม่ได้แล้ว

จะเอามาบอกให้ค่ะ

สุดท้ายนี้

MERRY CHRISTMAS

นะคะ ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านมีความสุขมากๆค่ะ ^^

-------------------------------------------

2006/May/22

Grand Cross

Chapter 2:

By Kisa & Atsuka & Toon

ปึง!!!

ให้ตายสิ! เสียงหวานคำรามลั่นเรียกความสนใจจากผู้คนรอบข้างได้ไม่ยากนัก ร้านอาหารเล็กๆที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนและเสียงพูดคุยจอแจเหมือนฝูงนกแตกรังบัดนี้ค่อยๆเงียบเสียงลง ต่างคนต่างมองไปยังแขกผู้มาใหม่สองคนที่นั่งสั่งอาหารด้วยกริยา อาการ และท่าทางที่ต่างกันสุดขีด

ตาแก่นั้นคิดอะไรอยู่วะ! ใช้แรงงานเด็กนักเรียนยังไม่พอ ค่าแรง ค่าเดินทางก็ไม่ให้สักลีค ขาดทุนชัดๆ! สาวน้อยเจ้าของรูปร่างสูงเพรียว เรือนผมสีทองซอย นัยน์ตาสีฟ้าแซฟไฟร์ทอประกายกร้าวอย่างคนบันดาลโทสะ จมูกโด่งเชิดรั้น เรียวปากบางได้รูปสีชมพูธรรมชาติ ถ้าไม่นับท่าทางติดจะห้าวนิดๆของเจ้าตัวแล้วล่ะก็จัดว่าเธอเป็นเด็กสาวที่สวยสะดุดตาคนหนึ่งได้เลยทีเดียว เจ้าหล่อนนั่งบ่นกระปอดกระแปดอยู่ตลอดเวลากับเด็กสาวอีกคน

เธอมีกลุ่มผมสีเงินยาวจนถึงกลางหลังขับผิวที่ขาวอยู่แล้วให้ขาวขึ้นไปอีก ดวงตากลมสีเทาบ่งบอกถึงความสงบนิ่งที่เจ้าตัวมักมีอยู่เป็นนิจ ริมปากอิ่มสวยสีสดมิได้ลั่นวาจาใดๆออกมายังผลให้เธอดูน่าเกรงขาม ท่าทางนั่งฟังผู้เป็นเพื่อนบ่นดูสงบจนติดเฉยชา

แลๆแล้วก็นับว่าเป็นสหายเดินทางที่ต่างกันสุดขั้ว ไม่รู้ว่าเดินทางมาด้วยกันได้อย่างไร? มันช่างน่าแปลกพอๆกับปัญหาที่ว่าทำไมทั้งสองจึงมาตกลงปลงใจเป็นเพื่อนสนิทกันได้?

ผ่านไปสักพักผู้คนก็เริ่มหมดความสนใจ ต่างคนต่างกลับมาคุยหัวข้อสนทนาที่ตนได้พูดค้างไว้ บ้างก็หันกลับมากินอาหารเบื้องหน้าต่ออย่างเอร็ดอร่อย

เฮ่อ อีกนานไหมเนี่ยกว่าจะถึงเซลาม? รู้ดีว่าถามไปอีกฝ่ายก็คงไม่ตอบกลับมาแต่ก็อดไม่ได้ ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว และพวกเธอก็ตัดสินใจที่จะใช้เส้นทางประเทศฟรังเซียมากกว่าประเทศซีเรเนีย เนื่องจากดินแดนซีเรเนียมักมีพวกปัญหามากเรื่องที่ไม่ค่อยต้อนรับชาวต่างแดน ซ้ำยังมีการจำกัดสิทธิมากมายไว้สำหรับแค่คนในประเทศตนเท่านั้น เรย์จึงตัดสินใจตัดปัญหาเดินทางมาทางประเทศฟรังเซียแทน แม้จะอ้อมไปซักหน่อยแต่ยังไงรัฐอิสระที่ต้อนรับนักเดินทางย่อมดีกว่าพวกชาตินิยมจนไม่ยอมรับผู้อื่นอยู่แล้ว

และขณะนี้สองสาวก็กำลังเหยียบย่างอยู่ที่เมืองหน้าด่านของฟรังเซีย เมืองเฟลัน

แล้วก็เป็นดังคาด เรย์มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่น้อย ร่างบางทำแค่เงยหน้าขึ้นมองคนใจร้อนก่อนก้มหน้าลงรับประทานอาหารต่ออย่างไม่ใส่ใจ

หากทว่าดูเหมือนความสงบจะไม่มีอยู่จริง เมื่อเสียงโวยวายดังสนั่นด้านนอกร้านอาหารเรียกความสนใจจากเด็กสาวทั้งสองและคนทั้งร้านให้ต้องหันไปมองอีกครั้ง

ข้างนอกมีเรื่องอะไรกันนะ? เอนิต้าเปรยถามขึ้นมาลอยๆ ทั้งที่สมองคิดแน่ใจว่าตนคงไม่ได้รับเสียงตอบร้อยเปอร์เซ็นต์ บรรดาลูกค้าภายในร้านค่อยๆทยอยกันออกไปดูเหตุการณ์ด้านนอกด้วยความอยากรู้อยากเห็น จนกระทั่งเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นมาอีกระลอก ร่างเพรียวก็ชักรู้สึกว่าต่อมอยากรู้ของตนมันกำลังเริ่มทำงาน หากเมื่อเธอทำท่าจะลุกขึ้น มือเรียวของเพื่อนสนิทกลับคว้าหมับจับแขนเอาไว้ทันที เอนิต้าปรายตาไปมองหน้าเจ้าของมือที่กำลังส่ายศีรษะน้อยๆเป็นเชิงห้าม ทำให้เธอจำใจต้องนั่งลงตามเดิมอย่างเสียไม่ได้

แต่ดูเหมือนยิ่งผู้คนเดินออกไปดูมากขึ้นเท่าไหร่ เสียงจอแจก็ยิ่งกระพือมากขึ้นตามเท่ากัน ในที่สุดความอยากรู้ในใจของเอนิต้าก็เอาชนะความอดกลั้นลงจนได้ ร่างสูงเพรียวลุกขึ้นจากโต๊ะพร้อมกับสาวเท้าก้าวยาวๆไปยังจุดกำเนิดเสียงฮือฮาในทันที ทำให้อีกร่างต้องถอนใจอย่างระอาปนเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมไร้ความอดทนของเพื่อนสาว ดูเหมือนท้ายที่สุดเธอก็ต้องตกกระไดพลอยโจนไปกับเขาอีกคนจนได้

เมื่อทั้งสองสาวสามารถแทรกกายฝ่าฝูงชนที่ยืนเบียดเสียดอัดกันแน่นเข้ามาประจำตำแหน่งแถวหน้าได้สำเร็จ ภาพของเหตุการณ์เบื้องหน้าก็ปรากฏเข้าสู่สายตาได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม

ชายวัยกลางคนรูปร่างค่อนข้างอ้วน ดูความสูงแล้วก็ไม่น่าจัดได้ว่าสูงออกจะติดเตี้ยม่อต้อเสียด้วยซ้ำ ศีรษะล้านเลี่ยนเตียนเป็นเงาวาว ท่าทางวางอำนาจดูเหมือนจะเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ร่างนั้นแต่งกายด้วยเครื่องประดับเต็มตัวจนดูราวตู้ทองเคลื่อนที่ ดวงตาเล็กหยีจนแทบมองไม่เห็นลูกตาฉายแววสุขใจ ขณะที่ปากก็ยืนสั่งการชายฉกรรจ์สามคนให้รุมซ้อมชายแก่ร่างผอมโซเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกอย่างสนุกสนาน ถัดไปอีกไม่ใกล้ไม่ไกลนักเป็นหญิงชราร่างเล็กที่กำลังร้องอ้อนวอนทั้งน้ำตาขอให้ช่วยปราณีสามีของตน ห่างออกไปอีกเป็นนายทหารร่วมสิบนายที่กำลังยืนกั้นเขตอยู่รอบนอก ทุกคนมีสีหน้าลำบากใจไม่แพ้เหล่าผู้ชมคนดูแม้แต่น้อย ดูแล้วนับเป็นภาพที่น่าสลดใจยิ่งนักสำหรับคนที่ได้แต่ยืนมองหากกลับไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

ดูสิ น่าสงสารนะ โดนซ้อมอีกแล้ว เสียงกระซิบกันเบาๆในหมู่คนดู ชาวบ้านต่างพากันต่อว่าเจ้าเมืองของตนอย่างเจ็บใจ หากก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น เพราะไม่มีใครที่คิดกล้าแข็งข้อกับเจ้าเมืองแล้วมีชีวิตอยู่รอดจนถึงบัดนี้เลยซักคน

พลันจู่ๆความเสียววาบก็พุ่งขึ้นมาที่กลางใจ เรย์เริ่มมีอาการเหงื่อแตกพลั่กๆด้วยสังหรณ์ใจแปลกๆว่าอีกเดี๋ยวต้องเกิดเรื่องแน่ๆ มือเรียวเอื้อมไปหมายจะสะกิดเรียกเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างหน้า แต่ดูเหมือนว่ามันจะช้าเกินไปเสียแล้ว

เจ้าอ้วนเหม่งนั้นทำอะไรของมันน่ะ? เสียงที่เปล่งออกไปอย่างไม่คิดถึงสถานการณ์ภายภาคหน้า พาให้ทุกสรรพสิ่งต้องเงียบกริบ แม้แต่ใบไม้ใบน้อยที่ปลิวตามแรงลมยังต้องหยุดไหว นายทหารทั้งหลายต่างยืนตัวแข็ง ทุกสายตาจับจ้องมายังร่างสูงเพรียวอย่างตกตะลึก แต่ดูเหมือนเอนิต้าจะไม่ได้สนใจกับสายตาเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย หากเป็นเรย์เสียอีกที่ยืนหมดแรงกับนิสัยขวานผ่าซากและมุทะลุของผู้เป็นเพื่อน

เจ้าของฉายา เจ้าอ้วนเหม่ง ค่อยๆหันใบหน้าที่ขึ้นสีจนแดงก่ำด้วยความโกรธจัดไปทางเด็กสาวปากดีที่บัดนี้คลี่ยิ้มให้กับความสำเร็จเล็กๆที่สามารถยั่วให้เจ้าเมืองคนนี้เดือดปุดๆด้วยโทสะได้สมใจ สถานการณ์เลวร้ายยิ่งทวีความกดดันมากขึ้นจนน่าหวาดหวั่น ชาวเมืองที่เคยยืนอยู่รอบด้านสองสาวบัดนี้กลับเริ่มถอยห่างราวพวกเธอเป็นตัวอันตราย

ทหาร!! จั!

พลั่ก!!!

โครม!!!

ยังไม่ทันที่จะออกคำสั่งกับบรรดาทหาร เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็ได้บังเกิดขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความตื่นตระหนกของเหล่าชาวบ้านตาดำๆ

เมื่อกันสาดด้านบนเกิดเปราะ ส่งผลให้วัตถุบางอย่างหล่นลงตามรอยแตกนั้นและตกลงทับกับร่างเจ้าเมืองแม่นเหมือนจับวาง จนเกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นจากเหล่าชาวเมืองอีกครั้ง หลายคนต้องรีบถอยเท้าหนีด้วยกลัวจะโดนลูกหลงจากอารมณ์โกรธของเจ้าเมืองและส่วนหนึ่งที่กลัวจะโดนประหารโทษฐานหลุดเสียงหัวเราะ

อื้อ! เสียงคำรามของเจ้าเมืองเรียกสติของพวกทหารได้อีกครั้ง ชายฉกรรจ์ทั้งสามคนสะดุ้งโหยงก่อนจะรี่เข้าไปช่วยเจ้าเมืองออกมาจากกองข้าวของที่พังลงมาเพราะแรงกระแทก ไม่นานนักพวกเขาก็พบตัวการสำคัญที่ทำให้นายเหนือหัวของตนต้องอับอายนอนคว่ำทับร่างของเจ้าเมืองไว้

ชายฉกรรจ์นายหนึ่งเอื้อมมือไปดึงกระชากคอเสื้อหมายรั้งร่างนั้นออกจากผู้เป็นนาย แต่ด้วยความสูงที่ต่างกันทำให้ขาของผู้ถูกดึงลอยสูงขึ้นมาจากพื้นเกือบฟุต ร่างนั้นดิ้นไปดิ้นมาชั่วครู่ก่อนจะหยุดนิ่ง และบัดนี้เองที่ทำให้ผู้คนสามารถมองเห็นใบหน้าของร่างปริศนาร่างนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เด็กหนุ่มหน้าสวยหากแฝงแววคมคายเฉกบุรุษ รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวละเอียดราวสตรีแรกรุ่นเปรอะฝุ่นเช่นเดียวกับเรือนผมสีน้ำเงินเหลือบดำยาวประบ่าที่ดูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ปอยผมส่วนหนึ่งลู่ลงมาปกปิดใบหน้าซีกซ้ายของเจ้าตัวเอาไว้จนเกือบหมด เผยแต่นัยน์ตาด้านขวาสีน้ำเงินเข้มดั่งท้องทะเลลึกที่ดูว่างเปล่าไร้ชีวิตจนน่าใจหาย

เอาตัวมันไปประหาร!!! เจ้าเมืองกรีดเสียงขึ้น เรียกสติของทุกๆคนในที่นั้นให้กลับมาได้อีกครั้ง ผู้เป็นเจ้าเมืองดิ้นเร่าๆด้วยความโกรธที่ฝังแน่นอยู่เต็มอก นิ้วอวบๆชี้มาทางร่างของเด็กหนุ่มปริศนาอย่างอาฆาต

นี่ลุงเหม่ง! ลุงจะประหารคนง่ายๆอย่างนี้เลยเรอะ! ลุงไม่อับอายขายขี้หน้าชาวบ้านมั้งรึไง อุตส่าห์เป็นถึงเจ้าเมืองซะเปล่า ข้าล่ะอยากรู้นักว่าใครเป็นคนแต่งตั้งลุงขึ้นมาเนี่ย!? เอนิต้าออกปากทันที เมื่อเห็นว่าคนที่มีศักดิ์เป็นถึงเจ้าเมืองแต่กลับออกคำสั่งประหารผู้คนง่ายๆราวผักปลา

บังอาจ! ไว้ข้าจัดการเจ้าหนุ่มนี่เสร็จเมื่อไหร่ เจ้าได้ชะตาขาดแน่นังหนู! ตวาดคำขู่ หมายให้คนฟังนึกใจเสียที่มาพูดจาโอหังกับตน ก่อนจะเบือนหน้าหันกลับมายังร่างที่ใจคาดหวังจะปลิดชีพโทษฐานที่ทำให้เขาต้องอับอายต่อหน้าธารกำนัล

แรงกระตุกเบาๆที่หัวไหล่ยังผลให้เอนิต้าจำต้องหันมอง

หืม? มีอะไรเหรอเรย์? ผู้ถูกถามไม่ตอบ แต่กลับชี้ไปยังจุดที่เด็กหนุ่มปริศนาถูกจับไว้โดยลูกน้องของเจ้าเมืองให้เอนิต้ามองตาม

ว่างเปล่า ไม่เหลือแม้แต่เงาของชายแปลกหน้าคนนั้น จะมีก็แต่ร่างของชายฉกรรจ์นายหนึ่งที่นอนหมอบกระแตอยู่กับพื้น

มันหายไปไหน! เจ้าเมืองร้องลั่น ดวงตาเล็กหยีตวัดกลับมามองยังเด็กสาวทั้งสองอย่างอาฆาต พวกแก กล้าหลอกถ่วงเวลาข้างั้นเหรอ? ทหาร! จับตัวพวกมันไว้!

.

แฮ่กๆโธ่เอ้ย! คอยดูนะเรย์ ข้าจะต้องแก้แค้นเจ้าอ้วนเหม่งนั้นให้ได้เลยคอยดูสิ ว่าพลางหอบรัว เม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นตามวงหน้างามและร่างกายจากการวิ่งมาราธอนหนีเหล่าทหารชุ่มโชก หากนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยกลับเปล่งแสงแรงกล้าด้วยโทสะ ทำให้คนมองอดสังหรณ์ใจขึ้นมาตะหงิดๆไม่ได้

เรย์ คืนนี้เราจะบุกจวน คำกล่าวที่ทำเอาเรย์ถึงกับกุมขมับ แทบนึกอยากเป็นลมล้มลงเสียตรงนั้น นี่เธอคิดถูกรึเปล่านะ ที่ส่งเสริมให้เพื่อนสนิทคนนี้ตอบรับภารกิจในคราแรก

.

วันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ค่ำคืนของการรอคอยที่แสนจะน่าตื่นเต้นสำหรับใครบางคน และการรอคอย...ที่แสนจะน่าหนักใจของใครอีกคน...

ที่หน้าจวนเจ้าเมือง ร่างสองร่างในชุดทะมัดทะแมงวิ่งตัดผ่านถนนด้วยความเร็วสูงและจัดการกับยามหน้าประตูอย่างรวดเร็ว เรย์จัดการร่ายเวทย์มายาไม่ให้คนรอบด้านมองเห็นพวกเธอได้ ก่อนจะค่อยๆแทรกผ่านประตูเข้าไป

รอบข้างที่แสนจะเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมและเสียงใบไม้ปลิวยิ่งเป็นใจให้บรรยากาศ

ของสวนที่เคยดูสวยงามในตอนกลางวันกลับกลายเป็นความวังเวงที่น่าอึดอัด

ทั้งสองลอบเข้าไปในจวนอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง ด้วยความใหญ่โต อลังการของจวนที่ปรากฏต่อหน้า ทำให้ทั้งสองตะลึงเล็กน้อยด้วยไม่คิดว่าเจ้าเมืองของเมืองเล็กที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักแบบนี้ จะสามารถสร้างจวนที่ใหญ่ขนาดนี้ได้

ผนังที่รายล้อมอยู่ทำจากเนื้อไม้ชั้นดี ขอบหน้าต่าง ขอบประตูทั้งหมดทำจากทองแท้ แม้นแต่ผ้าม่านยังเป็นผ้าไหมราคาแพงประดับประดาไปด้วยดิ้นทองดูสวยงามและเข้ากันได้อย่างลงตัว ของล้ำค่านานาชนิดที่ได้มาจากการรีดไถชาวบ้านเรียงรายมากมายอยู่ตามทางเดิน

.ต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าทั้งสองจะหาห้องของเจ้าเมืองเจอ

เสียงกรนที่สนั่นหวั่นไหวไปทั่วทำให้พวกเธอทั้งสองนึกแค้นใจตัวเองว่าทำไมจึงใช้เวลานานนักในเมื่อเจ้าตัวก็ส่งเสียงดังสั่นอยู่ตลอดเวลาแบบนี้

ที่มาของเสียงกรนที่เด็กสาวทั้งสองพบนั้น เป็นห้องขนาดใหญ่ ประดับประดาไปด้วยรูปปั้นล้ำค่ามากมาย ผนังห้องตกแต่งด้วยประติมากรรมฝาผนังสุดหรูดูโอ่โถงและงดงามยิ่งนัก เครื่องเรือนทุกชนิดทำจากไม้เนื้อดีประดับประดาไปด้วยลวดลายสวยงามที่ทำจากทองคำแท้และทองคำขาว อัญมณีเม็ดโตนานาชนิดที่ถูกประดับอยู่บนหัวลิ้นชัดและลูกบิดประตูตู้ใบสวย

ทุกอย่างจัดวางอย่างลงตัว เหมาะที่จะใช้เป็นห้องรับแขกเป็นที่สุด หากแต่สิ่งเดียวที่ยังทำให้รู้ว่าเป็นห้องนอนนั้น คือเตียงสี่เสาขนาดใหญ่ที่ตั้งไว้ตรงริมสุดของห้องเท่านั้น

เมื่อพบเป้าหมาย เอนิต้าก็จัดการตามแผนที่วางไว้ทันที เริ่มจากเรย์ใช้เวทย์กะสดเสียงของเจ้าเมืองเอาไว้แล้วให้เอนิต้าจับเจ้าเมืองขึ้นมัดไว้กับเก้าอีกกลางห้อง ต่อด้วยการตบฉาดใหญ่เป็นการปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลโดนทันที

..!!......!....!!! เจ้าเมืองที่พึ่งจะตื่นงัวเงียๆขึ้นมาเห็นเอนิต้าตืนยิ้มกริ่มอย่างมีชัยก็ทำท่าตกใจจนเส้นเลือดปูด ตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า ปากพะงาบๆพยามจะพูดแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอกออกมาแม้แต่น้อย

แกเสร็จฉันละ เจ้าอ้วนเหม่ง รอยยิ้มร้ายกาจผุดพรายอยู่บนใบหน้าสวย พาให้เจ้าเมืองเหงื่อแตกพลั่กๆ อุปกรณ์สำเร็จโทษต่างๆถูดเทร่วงลงกับพื้น เอนิต้าค่อยๆพิจารณาอย่าพิถีพิถันในการประเดิมสิ่งแรกพรางยิ้มเย็นๆพาให้เจ้าเมืองหน้าซีดหนักกว่าเก่า

และแล้ว อุปกรณสำเร็จโทษชิ้นแรกก็ปรากฏแก่สายตาเจ้าเมือง มันคือ....พู่กัน....

..!!!......!!!.... เอนิต้าที่เกิดอยากเปลี่ยนอาชีพกระทันหันก็หยิบพู่กันขึ้นมาวาดลวดลายให้สมกับที่เป็นจิตรกรจำเป็นทันที....เรย์ยืนมองเพื่อนรักของตนที่กำลังสนุกสนานกับอาชีพใหม่อย่างเพลิดเพลิน อุปกรณ์ที่หามาถูกหยิบขึ้นมาใช้เรื่อยๆจนครบทุกชิ้น

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจของจิตรกรจำเป็นเอนิต้าก็ค่อยๆถอยออกมาดูผลงานของตนพรางหัวเราะชอบใจอย่างบ้าคลั่ง เจ้าเมืองที่ตอนนี้ดิ้นๆอยู่กับเก้าอี้จนเริ่มหมดแรงได้แต่ทำตาถลนใส่เด็กสาวอย่างกินเลือดกินเนื้อ

- - ขโมย มีขโมยบุกเข้ามา - - จู่ๆเสียงตะโกนของทหารดังลั่นขึ้นมา

หืม? ขโมย?? ใครกันนะกล้าบุกจวนเจ้าเมืองด้วย เอนิต้าที่เริ่มสงสัยพูดออกไปโดยไม่ได้ดูตัวเองเลยว่าตนก็บุกจวนเขาเหมือนกัน

เอนิต้าค่อยๆลอบเดินออกไปตามทางและคอยสังเกตการณ์ เรย์ชะงักครู่หนึ่งที่หน้าประตูก่อนจะค่อยๆเหลือบมองเจ้าเมืองทั่งคงพยายามดิ้นให้หลุดจากการพันธนาการอยู่ สายตาที่เคยเย็นชาเริ่มเปล่งประกายจนเจ้าเมืองเริ่มหน้าซีดอีกครั้ง เด็กสาวเดินกลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าเมืองอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆก้มลงหยิบอุปกรณ์เพียงเล็กน้อยที่เอนิต้าเหลือเอาไว้ขึ้นมา มุมปากบางแสยะขึ้นเล็กน้อยดูๆไปสำหรับเจ้าเมืองแล้วนี่คงไม่ต่างจากปีศาจในสายตาของเขาแม้แต่น้อย

ก็ในเมื่อ....อุส่าห์บุกเข้ามาทั้งทีนี่นา....

ไม่นานเรย์ก็เดินตามเอนิต้าออกมานอกห้อง ทั้งสองเดินไปตามทางจนได้ยินเสียงดังชัดเจนที่ระเบียงแคบๆแห่งหนึ่ง ดูจากความกว้างคงจะเดินได้ทีละคนเท่านั้น เอนิต้าจึงเดินนำออกทันที

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทุกที จนในที่สุด เงาตะคุมๆของกลุ่มคนที่วิ่งไล่ตามกันก็เผยอยู่ตรงหน้า ที่ปากทางของทางเดินที่พวกเอนิต้าอยู่ ร่างๆหนึ่งเบรกฝีเท้ากระทันหันก่อนจะกระโจนเข้ามาทางเดียวกับพวกเธอทันที เส้นทางที่แสนจะแคบ ทั้งยังวิ่งมาเร็วขนาดนนั้นคงจะต้องชนแน่แล้ว......แต่ก็ไม่....

พวกเธอรู้สึกเหมือนมีอะไรโฉบผ่าหัวของพวกเธอไป ยังไม่ทันได้หายงง ทหารเป็นสิบๆนายเข้าจับตัวพวกเธอไว้ทันที

พวกเจ้า!! พวกเดียวกับไอ้หัวขโมยเมื่อกี้สินะ!! นายทหารที่ดูเหมือนจะเป็นหวัหน้ากองตวาดขึ้นด้วยสีหน้าเหนื่อยหอบ ดูเหมือนเรย์จะยังคงงงไม่หาย เพราะนักเวทย์อย่างเธอ ไม่ถนัดอะไรที่เข้ามาประชิดอย่างรวดเร็วแบบนี้ ไม่แปลกเลยว่าทำไมเวทย์ถึงคลาย

ซวยล่ะสิ หนีเร็วเรย์ ขาดคำ เอนิต้าสะบัดตัวหลุดอกจากการจับกุมทันที พลางฉุดเรย์ตะลุยฝ่าเหล่าทหารออกไปทันที

ศึกประชันฝีเท้าเริ่มขึ้น แต่น้ำน้อยก็ย่อมแพ้ไฟ เมื่อวิ่งไปถึงสวนด้านนอกก็ถูกพวกทหารดักทาง เข้ามาล้อมเอาไว้ทันที

อ...เอา..ละ...แฮก..แฮกๆ...จ...จับได้...ซะที ทหารที่น่าจะเป็นหัวหน้าเอ่ยขึ้นพร้อมกับหอบไปเรื่อยๆ ตอนนี้เอนิต้า หน้าบูดสนิท ดูเธอไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อยกับการวิ่งเมื่อครู่

ต่างจากเรย์ที่ยืนหอบนิดๆอยู่ด้านหลังด้วยเพราะนักเวทย์ไม่ค่อยได้วิ่งนานๆแบบนี้เท่าไหร่

เอ้า!! ตามหัวหน้าของแกออกมาสิ!! นายทหารที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า ตวาดออกมาอย่างฉุนเฉียวหลังจากที่หายจากอาการเหนื่อยหอบแล้ว

อะไรกันน่ะแก คำก็ลูกน้องสองคำก็ลูกน้อง ข้าไม่ใช่ลูกน้องใคร!!เอนิต้าโต้กลับอย่างอารมณ์เสียเพราะนอกจากถูกจับได้แล้วยังจะโดนหาว่าเป็นลูกน้องใครอีกมันไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย

555555 เจ้าปกป้องมันไปก็ไม่มีประโยชน์ ทางที่ดีทำตามที่พวกข้าสั่งดีกว่า นี่ข้าเตือนด้วยความหวังดีนะ 5555 ด้วยรู้สึกว่าตนชนะแล้วกระมัง ถึงได้พูดจาวางอำนาจเสียเต็มที่ ...น่าสงสาร...ความคิดเดียวของเรย์ในขณะที่เหลือบมองไปทางเอนิต้าด้วยรู้ว่าเจ้าพวกนี้คงอายุไม่ยืน แต่เธอเองก็คงช่วยไม่ได้ เพราะได้ไปกระตุกหนวดเสือที่น่ากลัวที่สุดเข้าให้แล้วนี่นา...

มันจะมากไปแล้ว!! เสียงตวาดจนเกือบจะคำรามพร้อมรังสีอำมหิตแผ่กระจายไปทั่ว

บริเวณ แขนเรียววาดออกอย่างแรงกระทบกับวัตถุที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดเข้าอย่างจัง

ตึง!!! ครืนนนนน....!! ตุบ.....

ต้นไม้ใหญ่ด้านข้างโค่นลงคาพร้อมกับเสียงปริศนา

เอ๋...ตุบ หรอ...

ท่ามกลางความสงสัยที่ปรากฏชัดอยู่บนใบหน้าของทุกคน เจ้าของเสียงปริศนาค่อยๆยันตัวขึ้นมาจากซากต้นไม้ด้วยใบหน้ายิ้มแฉ่งขัดกับสถานการณ์ในขณะนั้นอย่างสิ้นเชิง

ไง............... ความเงียบโรยตัวอย่างรวดเร็วหลังจากคำเดียวที่หลุดออกมานั้น ไม่มีใครขยับตัวอีกเลย .....ชายที่เคยช่วยเอาไว้เมื่อตอนกลางวัน.....ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอกันอีกในสถานการณ์แบบนี้ ดูท่า....เจ้าหมอนี่คงจะเป็นตัวซวยที่จะนำพาโชคร้ายมาให้พวกเธอไม่จบไม่สิ้นเป็นแน่......

___________________To be continue___________________

.

.

.

.

Published By Atsuka

.

.

Edited By Kisa

2006/Apr/22

นี่แอบเข้ามาเขียนโดยไม่ได้บอกเรย์นะนี่ =_="

จะมาเขียนเกี่ยวกับตัวข้าเองเล็กน้อยน่ะ

เริ่มเลยแล้วกันไม่อยากเสียเวลามากนัก

* สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่1 อ่านไปแต่บทนำ ระวังจะไม่รู้เรื่องนะ *

นามของข้าคือ -เอนิต้า ชามัส

อายุ- 17ปี

หมู่โลหิต -O

วันที่ลืมตาดูโลก - 18 มีนาคม

รูปลักษณ์ภายนอก - ผมสีทองที่ส่องประกายเจิดจ้ายามต้องแสงสุริยัน ดวงตาคมสีน้ำเงินดุจอัญมณีล้ำค่า "แซฟฟาย" ส่อแววขี้เล่นเล็กๆ แต่ก็แปรเปลี่ยนเป็นแววตาของนักฆ่าได้ง่ายๆใบหน้าเรียวคมได้รูป ผิวขาวเนียนที่ไม่จัดว่าขาวจนเกินไปสำหรับนักดาบ รูปร่างสัดส่วนเพรียวลมที่ดูอ่อนโยนและเข้มแข็งในคราวเดียวกัน

สไตล์การแต่งตัว - เสื้อคอปกแขนกุด กางเกงผ้าขาสามส่วน กับรองเท้าแตะหนัง

นิสัย - ขี้เล่น รักสนุก จะกลายเป็นคนละคนไปเมื่อจับดาบต่อสู้ หรือมีคนทำให้เรย์ไม่พอใจ ไม่ชอบเรื่องยุ่งยากชวนปวดหัว เช่น การเรียน ชอบเรื่องท้าทายที่ตัวเองอยากทำ ไม่ชอบการถูกบังคับ

เกลียดพวกคนที่ - เข้าใจอะไรยาก เอาแต่ใจตัวเอง และ พูดมาก

อาหารที่ชอบ - อะไรก็ได้ที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบ กับ ไอศกรีม

สัตว์ที่ชอบ - ไม่มีเป็นพิเศษ

วิชาที่ชอบ - ชอบที่สุดก็ฟันดาบ แต่ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่เพราะไม่มีคู่มือเก่งๆ นอกนั้นก็น่าเบื่อ

สีที่ชอบ - โทนมืดๆ เช่น แดงเลือดหมู เขียวเข้ม ม่วงแก่ น้ำเงินเข้ม...

พวกคนที่มาชอบ - ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงทั้งนั้น

เรย์ - เพื่อนสนิท ผู้ที่ไว้ใจได้ ผู้ที่นับถือ ผู้ที่ไม่อยากให้โกรธมากที่สุด (แขนยังมีรอยไหม้อยู่เลย)

ประวัติความเป็นมา - ลับสุดยอด (จะปิดเป็นปริศนาไว้ก่อน)

คติ - ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการให้คุ้มค่าก่อนอิสระภาพจะหมดไป

----------------------------------------------------------------------------------------------

----------------------------------------------------------------------

ข้าขอจบไว้เพียงเท่านี้ ข้าไปล่ะ